ปรัชญาการฝึกอบรม
"การเรียนรู้ที่แท้จริง เกิดจากการปฏิบัติ"
ความเป็นมาของสถานฝึกอบรม
โครงการฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาภาคสนาม (Field Epidemiology Training Program หรือ FETP) เริ่มก่อตั้งเมื่อปีพ.ศ. 2523 โดยกองระบาดวิทยา สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (ปัจจุบัน กองระบาดวิทยาเป็นส่วนหนึ่งของกรมควบคุมโรค) โครงการดังกล่าวเป็นหลักสูตรการฝึกอบรมที่มีวัตถุประสงค์ หลักในการสร้างนักระบาดวิทยาภาคสนามที่มีความเชี่ยวชาญในการประยุกต์ใช้หลักระบาดวิทยาเพื่อทำงานแก้ไข ปัญหาสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเป็นการฝึกอบรมในรูปแบบการปฏิบัติงานด้านระบาดวิทยา ภาคสนามแบบเต็มเวลา (full-time, on-the-job training) เป็นระยะเวลา 2 ปี ซึ่งพัฒนาจากหลักสูตร การฝึกอบรม Epidemic Intelligence Service (EIS) ของศูนย์ควบคุมป้องกันโรคแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (US Centers for Disease Control and Prevention หรือ US CDC)
ในปีพ.ศ. 2528 แพทยสภาได้อนุมัติให้กองระบาดวิทยา ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้น (ปัจจุบัน) เป็นสถาบันหลักในการฝึกอบรม "หลักสูตรแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงระบาดวิทยา" โดยให้เพิ่มการฝึกอบรมในปีที่ 3 ในลักษณะของการศึกษาต่อระดับปริญญาโทด้านสาธารณสุขศาสตร์ ระบาดวิทยา หรือสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งส่งผลให้ประเทศไทยมีการผลิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาที่ได้รับการ ยอมรับอย่างเป็นทางการจากแพทยสภาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
ต่อมาในปีพ.ศ. 2541 กองระบาดวิทยาได้เปิดโครงการฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาภาคสนาม นานาชาติ (International FETP-Thailand) ขึ้นมาควบคู่กับโครงการ FETP เดิม โดยมีเป้าหมายเพื่อฝึกอบรม ด้านระบาดวิทยาภาคสนามให้กับบุคลากรสาธารณสุขจากประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค เช่น พม่า เวียดนาม มาเลเซีย กัมพูชา ลาว จีน ภูฏาน และปาปัวนิวกินี เพื่อเพิ่มเสริมสร้างความเข้มแข็งของการ ควบคุมป้องกันโรคในระดับภูมิภาค นอกจากนี้ในปีพ.ศ. 2548 โครงการฝึกอบรมฯ ยังได้เริ่มรับสัตวแพทย์ เข้าฝึกอบรมในหลักสูตร 2 ปีเป็นครั้งแรก เพื่อสร้างศักยภาพในการตอบโต้การระบาดของโรคอุบัติใหม่และโรคจาก สัตว์สู่คน ภายใต้แนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health)
เพื่อให้การพัฒนากำลังคนด้านระบาดวิทยาภาคสนามเป็นไปอย่างต่อเนื่อง สามารถเพิ่มกำลังการผลิต ได้ตามแผนพัฒนากำลังคน ปี พ.ศ. 2561-2570 ของกระทรวงสาธารณสุข ในปี พ.ศ. 2561 กรมควบคุมโรคจึงได้จัดตั้ง ศูนย์ฝึกอบรมนักระบาดวิทยาภาคสนาม (Field Epidemiology Training Center หรือ FETC) ระดับภูมิภาคขึ้น
สคร.12 จังหวัดสงขลา และสคร.2 จังหวัดพิษณุโลก เพื่อร่วมสนับสนุนกองระบาดวิทยาในการฝึกอบรมและพัฒนา บุคลากรด้านระบาดวิทยาภาคสนามให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ
นับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2523 จนถึงปัจจุบัน มีแพทย์/สัตวแพทย์ชาวไทยที่เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตร ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาภาคสนามแล้ว 44 รุ่น ทั้งที่ประจำอยู่ภายในกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมในอดีตได้ใช้ความรู้ความสามารถเพื่อพัฒนางานสาธารณสุขในระดับต่าง ๆ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนจนเป็นที่ประจักษ์ทั้งในระดับประเทศ และนานาชาติ เช่น การดำเนินการควบคุมโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การพัฒนาระบบเฝ้าระวัง การสอบสวนและควบคุมโรคและภัยสุขภาพทั้งในกลุ่มโรคติดเชื้อ โรคไม่ติดต่อ การบาดเจ็บโรคจากการประกอบ อาชีพและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดเชื้อในโรงพยาบาล โรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำ เช่น โรคทางเดิน หายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือโรคซาร์ส (Severe Acute Respiratory Syndrome; SARS) โรคทางเดินหายใจ ตะวันออกกลาง หรือโรคเมอร์ส (Middle East Respiratory Syndrome; MERS) โรคติดเชื้อไวรัสซิกา (Zika virus infection) โรคติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ (Antimicrobial resistance; AMR) การผลักดันให้มีการบรรจุวัคซีนใหม่ ในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันของประเทศไทย การรับมือภัยพิบัติต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่ามกลางวิกฤติของสถานการณ์การระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งเริ่มระบาดมาตั้งแต่ ปลายปี พ.ศ. 2562 และยังคงเป็นภัยคุกคามสุขภาพที่ท้าทายที่สุดของมนุษย์มาจนถึงปัจจุบัน มีนักระบาดวิทยา ภาคสนามผู้ผ่านการฝึกอบรมจากโครงการจำนวนมากที่เข้าไปมีบทบาทสำคัญในการจัดการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทั้งในฐานะผู้กำหนดนโยบาย วางยุทธศาสตร์ ออกแบบมาตรการ และในฐานะนักระบาดวิทยาภาคสนามผู้ทำ หน้าที่เฝ้าระวัง วิเคราะห์สถานการณ์ และออกปฏิบัติการสอบสวนควบคุมการระบาดในพื้นที่ นอกจากนี้ ผู้ผ่าน การฝึกอบรมยังได้รับการยอมรับอย่างสูงจากหน่วยงานสาธารณสุขที่สำคัญต่างๆ โดยได้รับเชิญให้ดำรงตำแหน่ง เป็นที่ปรึกษาให้กับหน่วยงานทั้งในระดับชาติและนานาชาติ รวมถึงได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บริหารหน่วยงาน สาธารณสุขและองค์กรระหว่างประเทศอีกด้วย
ในปี พ.ศ. 2565 แพทยสภาได้อนุมัติให้กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ทำการปรับปรุงหลักสูตรการ ฝึกอบรม โดยยังคงลักษณะการฝึกอบรมภายใต้โครงการระบาดวิทยาภาคสนาม (Field Epidemiology Training Program: FETP) ในช่วงสองปีแรกไว้เช่นเดิม แต่ให้ปรับรูปแบบการฝึกอบรมในปีที่ 3 ซึ่งเดิมเป็นการศึกษาต่อ ระดับปริญญาโทให้เปลี่ยนเป็นการปฏิบัติงานที่หน่วยงานต่างๆ ภายใต้กรมควบคุมโรคหรือหน่วยงานเครือข่ายอื่นๆ เพื่อให้แพทย์ผู้รับการอบรมได้รับประสบการณ์เพิ่มเติมในการนำความรู้และทักษะทางระบาดวิทยาไปประยุกต์ใช้ ในการทำงานป้องกันควบคุมโรคร่วมกับหน่วยงานหรือแผนงานโครงการควบคุมโรคต่างๆ ระดับประเทศและ นานาชาติ รวมถึงเปลี่ยนชื่อหลักสูตรเป็น "หลักสูตรแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน (ระบาดวิทยา)" ทั้งนี้ได้มีการเริ่มการฝึกอบรมในรูปแบบดังกล่าวให้กับผู้เข้ารับการอบรมตั้งแต่ปี พ.ศ 2566 เป็นต้นไป
พันธกิจของสถาบันฝึกอบรม
กรมควบคุมโรคในฐานะที่เป็นสถาบันฝึกอบรม ถือเป็นหน่วยงานหลักของประเทศที่มีภารกิจเกี่ยวกับ การพัฒนาวิชาการเพื่อการควบคุมโรคและภัยที่คุกคามสุขภาพ โดยมีการศึกษา วิจัย พัฒนา และถ่ายทอดองค์ความรู้ และเทคโนโลยีในการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุม วินิจฉัย และรักษาโรคและภัยที่คุกคามสุขภาพเพื่อให้ประชาชน มีสุขภาพที่ดีจากการป้องกันและควบคุมโรคและภัยที่คุกคามสุขภาพ
ส่วนกองระบาดวิทยาซึ่งเป็นส่วนราชการภายใต้สังกัดกรมควบคุมโรค มีพันธกิจดังต่อไปนี้
1. ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และพัฒนาองค์ความรู้เทคโนโลยีด้านระบาดวิทยา
2. กำหนดและพัฒนามาตรฐานการดำเนินงานและสมรรถนะบุคลากรด้านระบาดวิทยาทุกระดับ
3. จัดให้มีและพัฒนาระบบเครือข่ายในการเฝ้าระวังระบบกลไกเฝ้าระวังโรคและภัยที่คุกคามสุขภาพ และการสอบสวนโรคและภัยที่คุกคามสุขภาพ รวมทั้งการดำเนินงานของเครือข่าย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ของโรคทั้งภายในและภายนอกประเทศ
4. เผยแพร่ข้อมูลและเตือนภัยการระบาดของโรคและภัยสุขภาพที่คุกคามสุขภาพ รวมทั้งการสอบสวนโรค ในกรณีรุนแรงและสำคัญ
ในพันธกิจข้อ 2 ข้างต้น ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรด้านระบาดวิทยา มีรายละเอียดดังนี้
5. ผลิตแพทย์ สัตวแพทย์ นักวิชาการสาธารณสุขและบุคลากรด้านระบาดวิทยาให้มีความรับผิดชอบ คุณธรรมจริยธรรม ทัศนคติและเจตคติที่ดีต่อผู้ป่วย ผู้ร่วมงานและองค์กร